ฟุตบอล

 
ฟุตบอล

          ฟุตบอล (Football) หรือ ซอคเก้อร์ (Soccer) เป็นกีฬาที่มีผู้สนใจที่จะชมการแข่งขันและเข้าร่วมเล่นมากที่สุดในโลกชนชาติใดเป็นผู้กำเนิดกีฬาชนิดนี้อย่างแท้จริงนั้นไม่อาจจะยืนยันได้แน่นอน เพราะแต่ละชนชาติต่างยืนยันว่าเกิดจากประเทศของตน แต่ในประเทศฝรั่งเศสและประเทศอิตาลี ได้มีการละเล่นชนิดหนึ่งที่เรียกว่า "ซูเลอ" (Soule) หรือจิโอโค เดล คาซิโอ (Gioco Del Calcio) มีลักษณะการเล่นที่คล้ายคลึงกับกีฬาฟุตบอลในปัจจุบันทั้งสองประเทศอาจจะถกเถียงกันว่ากีฬาฟุตบอลถือกำเนิดจากประเทศของตน อันเป็นการหาข้อยุติไม่ได้เพราะขาดหลักฐานยืนยันอย่างแท้จริง ดังนั้น ประวัติของกีฬาฟุตบอลที่มีหลักฐานที่แท้จริงสามารถจะอ้างอิงได้ เพราะการเล่นที่มีกติกาการแข่งขันที่แน่นอน คือประเทศอังกฤษเพราะประเทศอังกฤษตั้งสมาคมฟุตบอลในปี พ.ศ. 2406 และฟุตบอลอาชีพของอังกฤษเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2431

 อ่านเพิ่มเติม...


ในการเเข่งฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก ในรอบคัดเลือก เป็นการแข่งขันที่จัดขึ้นโดยสมาพันธ์ย่อยทั้ง 6 สมาพันธ์ของฟีฟ่า เพื่อตัดสินหา 31 จาก 32 ทีมที่จะลงเล่นใน ฟุตบอลโลก  ร่วมกับกาตาร์ซึ่งผ่านการเข้ารอบโดยอัตโนมัติในฐานะเจ้าภาพ โดยมีทีมจากชาติสมาชิกฟีฟ่าทั้งหมด 206 ทีมลงแข่งขัน เป็นการเเข่งขันฟุตบอลที่รายงานใหญ่ที่สุดของการเเข่งขันฟุตบอล ซึ่งการเเข่งเเต่ละ 4 ปีก็จะมีเจ้าภาพของฟุตบอลบอลโลกในปีนั่น ซึ่งในปีนี้เป็นฟุตบอลโลกปี 2022 ซึ่งประเทศที่่เป็นเจ้าภาพปีนี้นั้นก็คือ ประเทศกาตาร์ ประกาตาร์ได้สร้างสนามฟุตบอลที่สวยอลังการเเละเป็น  สนามฟุตบอลหลัก ที่จะใช้ในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 ที่ประเทศกาตาร์รับหน้าที่เป็นเจ้าภาพ จะทั้งหมด 8 สนาม เเละนักฟุตเเต่ละคนมีตำเเหน่งผู้เล่นมีทั้งหมด 11 คน ผู้รักษาประตู กองหลัง กองกลางเเละกองหน้า เราไปดูกันว่ามีสนามกีฬาฟุตบอลปี 2022 มีกี่สนาม

 

สนามที่ใช่เเข่งฟุตบอลโลกมีทั้งหมด 8 สนาม

 

1. สนามกีฬาลูเซล

 

 

 

 

ความจุ: 80,000 ที่นั่ง

จำนวนเกมที่ใช้: 10 เกม รวมพิธีเปิดและรอบชิงชนะเลิศ

     สนามลูเซล ตั้งอยู่ในเมืองลูเซล ห่างจาก 'โดฮา' เมืองหลวงของกาตาร์ประมาณ 20 กิโลเมตร โดยเป็นสนามหลักของศึกฟุตบอลโลกในครั้งนี้ที่เจ้าภาพเตรียมไว้นำเสนอแฟนบอลทั่วโลก ทั้งเป็นสนามสำหรับพิธีเปิดการแข่งขัน และใช้แข่งขันรอบชิงชนะเลิศ ตัวสนามถูกออกแบบโดย Foster + Partner บริษัทสถาปัตยกรรมและวิศวกรรมชื่อดังในอังกฤษ ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากแสงและเงาที่เกิดจากตะเกียงไฟสไตล์อาหรับ เมื่อมองจากด้านบนจะเห็นทั้งส่วนโค้งและลาดเอียง ที่ทำให้เกิดรูปทรงหม้อต้มขนาดใหญ่

     ทางผู้จัดการแข่งขันบอกว่าจะช่วยสร้างบรรยากาศการแข่งขันที่ยอดเยี่ยม อย่างไรก็ตามเมื่อเสร็จศึกฟุตบอลโลก ที่นั่งส่วนใหญ่จะถูกถอดออกไปบริจาคให้กับประเทศกำลังพัฒนา เนื่องจากเมืองลูเซลไม่ได้ต้องการใช้สนามฟุตบอล

 

 

2. อัล จานูบ สเตเดี้ยม

 

 

 

ความจุ: 40,000 ที่นั่ง

จำนวนเกมที่ใช้: 7 เกม

     สนามอัล จานอบ หรือชื่อเดิม สนามอัลวาก์ราห์ (Al Wakrah) ได้แรงบันดาลใจจากการล่องเรือใบที่เรียกว่า Dhow ตามแนวชายฝั่งที่มีมายาวนานในกาตาร์ ออกแบบโดย เดม ซาฮา ฮาดิด (Dame Zaha Hadid) สถาปนิกชาวอังกฤษ-อิรัก อย่างไรก็ตามหลังภาพร่างของสนามอัล จานอบ ถูกเผยแพร่ออกมาครั้งแรกกลับถูกวิจารณ์ว่าดูเหมือนอวัยวะเพศหญิงมากกว่าเรือใบ

     ตัวสนามถูกออกแบบให้มีความทันสมัยโดยมีหลังคาเปิด-ปิด พร้อมระบบทำความเย็น เพื่อให้สามารถใช้จัดการแข่งขันได้ตลอดทั้งปี อย่างไรก็ตามหลังจบทัวร์นาเมนต์ ที่นั่งในสนามจำนวน 2 หมื่นที่นั่ง จะถูกนำไปบริจาคเช่นเดียวกันกับสนามลูเซล

 

 

3. อัล ไบท์ สเตเดี้ยม

 

ความจุ: 60,000 ที่นั่ง

จำนวนเกมที่ใช้: 8 เกม

     สนามอัล บายต์ ตั้งอยู่ในเมืองอัล กห์อร์ (Al Khor) ห่างจากเมืองโดฮาไปทางเหนือประมาณ 50 กิโลเมตร โดยถูกใช้จัดการแข่งขันตั้งแต่รอบแรกไปจนถึงรอบรองชนะเลิศ ออกแบบโดย ดาร์ อัล-ฮานดาซาห์ (Dar Al-Handasah) ที่ต้องการให้ตัวสนามแสดงถึงการต้อนรับอย่างมิตรไมตรี ด้วยโครงสร้างสนามที่ดูเหมือนเต็นต์แบบดั้งเดิมของอาหรับที่เรียกว่า บาย อัล ซา’อาร์ (Bayt al Sha’ar)

     สนามอัล บายต์ มาพร้อมหลังคาเปิด-ปิด เพื่อรับมือกับอุณหภูมิที่อาจสูงถึง 30 องศาในเดือนพฤศจิกายน และเนื่องจากเป็นสนามที่อยู่ไกลจากเมืองโดฮามากที่สุด ทางเจ้าภาพจึงเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งโรงแรมและแหล่งชอปปิ้งไว้สำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่ต้องการเดินทางไปยังเมืองหลวงของกาตาร์

 

 

 

4. สนามกีฬา อาเหม็ด บิน อาลี

 

 

 

ความจุ: 40,000 ที่นั่ง

จำนวนเกมที่ใช้: 7 เกม

     สนามอาห์มัด บิน อาลี ตั้งอยู่ในเมืองอัล ราย์ยาน (Al Rayyan) ถูกสร้างขึ้นใหม่บนสนามแห่งเดิม โดยเป็นสังเวียนฟาดแข้งไปจนถึงรอบ 16 ทีมสุดท้าย ได้รับการออกแบบเพื่อสะท้อนถึงวัฒนธรรมของประเทศกาตาร์ ด้านหน้าของสนามมีลวดลายอันซับซ้อนเพื่อแสดงถึงเรื่องราวของประเทศ ตั้งแต่สัตว์ป่าพื้นเมืองไปจนถึงประวัติศาสตร์ด้านการค้าขาย และเนื่องจากสนามตั้งอยู่ใกล้ทะเลทราย จึงมีการตกแต่งพื้นที่ไว้สำหรับบริการนักท่องเที่ยว และมีร้านค้าขายของที่ระลึกบริเวณนอกสนาม

 

 

5. สนามกีฬาเอดูเคชัน ซิตี้

 

 

 

ความจุ: 40,000 ที่นั่ง

จำนวนเกมที่ใช้: 8 เกม

     สนามเอดูเคชัน ซิตี้ ตั้งอยู่ในพื้นที่ของกาตาร์ ฟาวเดชัน อยู่ห่างจากศูนย์กลางเมืองโดฮาเพียง 6 ไมล์ สนามถูกออกแบบให้มีรูปทรงเหมือนเพชร โดยจะมีความระยิบระยับทั้งในตอนกลางวันและตอนกลางคืน จึงมีอีกชื่อเรียกว่า 'เพชรแห่งทะเลทราย'

     สนามแห่งนี้เคยถูกใช้เป็นสังเวียนฟาดแข้งรายการฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก 2021 นัดชิงชนะเลิศ ระหว่างบาเยิร์น มิวนิค และ ติเกรส มาแล้ว โดยหลังจากจบศึกฟุตบอลโลก 2022 สนามเอดูเคชัน ซิตี้ จะถูกใช้เป็นสนามเหย้าสำหรับทีมฟุตบอลหญิงกาตาร์ในการแข่งขันระดับประเทศ 

 

6. อัล ทูมามา สเตเดี้ยม

 

 

ความจุ: 40,000 ที่นั่ง

จำนวนเกมที่ใช้: 8 เกม

     สนามฟุตบอลแห่งนี้ถูกออกแบบโดย Arab Engineering Bureau โดยได้แรงบันดาลใจจาก 'Gahfiya' หมวกอาหรับสำหรับผู้ชาย และเป็นสนามแข่งขันฟุตบอลโลกแห่งแรกที่ออกแบบโดยสถาปนิกชาวกาตาร์

     ไม่เพียงแต่จะถูกใช้เป็นสังเวียนฟาดแข้ง บริเวณภายในพื้นที่ของสนามยังมีโรงแรมและมัสยิดไว้บริการนักท่องเที่ยวด้วย อย่างไรก็ตามหลังการแข่งขันจบลง เก้าอี้ในสนามอัล ธูมามา จะถูกถอดออกจำนวนครึ่งหนึ่งเพื่อนำไปบริจาคให้กับประเทศกำลังพัฒนา

 

 

7. สนามกีฬา 974

 

 

ความจุ: 40,000 ที่นั่ง

จำนวนเกมที่ใช้: 7 เกม

     สนามแห่งนี้ถูกออกแบบโดย FIA Fenwick Iribarren Architecs สำหรับศึกฟุตบอลโลก 2022 เพียงครั้งเดียว ด้วยการใช้ตู้คอนเทนเนอร์จำนวน 974 ตู้ รวมทั้งวัสดุอื่นๆ ที่สามารถรื้อถอนได้ง่ายหลังจบการแข่งขัน ซึ่งเป็นที่มาของชื่อสนาม

     แม้จะเป็นสนามฟุตบอลชั่วคราว แต่ก็มีจุดเด่นในด้านความสวยงามของพื้นที่โดยรอบ เพราะภายนอกของสนามสามารถมองเห็น Doha Corniche และ West Bay ซึ่งเป็นพื้นที่ริมชายฝั่ง

 

8. สนามกีฬานานาชาติคาลิฟา

 

 

ความจุ: 45,416 ที่นั่ง

จำนวนเกมที่ใช้: 8 เกม

     สนามฟุตบอลเพียงแห่งเดียวที่ถูกสร้างขึ้นก่อนจะมีการแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 โดยเป็นสนามกีฬาแห่งชาติของกาตาร์ที่สร้างเมื่อปี 1976 และเคยผ่านการจัดการแข่งขันกีฬาระดับชาติมาแล้วหลายรายการทั้งเอเชียน เกมส์, กัล์ฟ คัพ, เอเอฟซี เอเชียนคัพ รวมทั้งการแข่งขันกรีฑา ไอเอเอเอฟ เวิลด์ แอธเลติก แชมเปียนชิพ 2019

     นอกจากนี้ ยังเป็นสนามนัดกระชับมิตรระหว่างอังกฤษกับบราซิลเมื่อปี 2009 รวมถึง ลิเวอร์พูล ที่เคยมาคว้าแชมป์ฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลกเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ส่วนรายการล่าสุดที่ใช้สนามแห่งนี้คือ ฟุตบอลอีมีร์ คัพ (Emir Cup) เมื่อปีที่ผ่านมา

 

สรุปได้ว่าเราสามารถรับรู้เกี่ยวกับสนามฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือกที่ใช้เเข่งขันฟุตบอลโลก 2022 ว่าทั้งหมด 8 สนาม มีการพูดถึงรายละเอียดการสร้างสนามฟุตบอลโลก 2022 ว่าใครเป็นคนสร้างมีสนามทั้งหมด 8 สนามว่ามีความจุของผู้เข้าชมการเเข่งเเละมีรายละเอียดเกี่ยวกับจำนวนที่ใช้ทั้งหมดใช้เเข่งกี่เกมของสนามฟุตบอลโลกปี 2022 ตำเเหน่งกีฬาฟุตบอลตัวเเทนทีมชาติพยายามเป็นเเชมป์รายงานนี้ข้อมูลที่นำเสนอหวังว่าจะเป็นข้อมูลเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยสำหรับผู้ที่สนใจหากต้องการหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ใน Google Chorme เเละ Internet Explore

 

อ้างอิง

ส่อง 8 สังเวียนฟาดเเข้งศึกฟุตบอลโลก 2022 สนามฟุตบอลที่เเข่งขันในฟุตบอลโลกปี 2022. [ออนไลน์].เข้าถึงได้จาก https://www.gqthailand.com/lifestyle/article/qatar-2022-guide-world-cups-eight-stadiums

 

สนามฟุตบอลที่เเข่งขันในฟุตบอลโลกปี 2022.สนามฟุตบอลที่เเข่งขันในฟุตบอลโลกปี 2022.[ออนไลน์].เข้าถึงได้จาก https://thestandard.co/world-cup-stadium/

 

อลังการดาวล้านดวง!! ส่อง 8 สนามฟาดแข้ง.ศึกฟุตบอลโลก กาตาร์ 2022 สนามฟุตบอลที่เเข่งขันในฟุตบอลโลกปี 2022. [ออนไลน์].เข้าถึงได้จาก https://sport.trueid.net/detail/lE9x2x85W8eo

 

 

 

ใน footballหนึ่งทีมมีผู้เล่น 11 คน เป็นมี ผู้รักษาประตู1 คน และผู้เล่นตำแหน่งอื่นอีก 10 คน ซึ่งประกอบด้วยผู้ที่ทำหน้าที่ป้องกัน ( กองหลัง) ผู้อยู่แดนกลาง (กองกลาง) และผู้บุก (กองหน้า) แล้วแต่ระบบแผนที่ใช้ โดยตำแหน่งเหล่านั้นจะบ่งบอกถึงหน้าที่และพื้นที่ในการเล่นของตำแหน่งนั้น 

โดยตอนแรกจะมีแค่ตำแหน่งกองหน้า , ฮาล์ฟแบ็ก และทรีควอเตอร์แบ็ก  ช่วงแรกที่มีชื่ออย่างนี้เพราะว่า สมัยนั้นเป็นช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19 ระบบ 2–3–5 เป็นที่นิยมอย่างกว้างขวาง การป้องกันจะมีฟุลแบ็กที่รู้จักกันในชื่อกองหลังฝั่งซ้ายและกองหลังฝั่งขวา แดนกลางจะมีเลฟต์ฮาล์ฟ  เซ็นเตอร์ฮาล์ฟและไรต์ฮาล์ฟ  และในแนวบุกจะเป็นเอาต์ไซด์เลฟต์  อินไซด์เลฟต์ , กองหน้าตรงกลาง , อินไซด์ไรต์  และเอาต์ไซด์ไรต์ หลังจากนั้นรูปแบบระบบก็พัฒนาไปจนมีชื่อตำแหน่งมากมาย อย่างเมื่อต้นคริสต์ทศวรรษ 1970 คำว่า "ฮาล์ฟแบ็ก" ได้เปลี่ยนมาใช้คำว่า "กองกลาง" กับตำแหน่งที่เล่นในแดนกลางทั้งกลางสนามและริมเส้น กองกลางตัวกลางได้ถูกพัฒนาขึ้นอีกกลายเป็นกองกลางตัวบุกและกองกลางตัวรับ

ในเกมสมัยใหม่ ตำแหน่งในฟุตบอลได้กำหนดไว้อย่างเคร่งครัดเหมือนรักบี้หรืออเมริกันฟุตบอล ถึงอย่างนั้นนักเตะส่วนใหญ่มักเล่นในตำแหน่งเดิมตลอดการค้าแข้งของพวกเขา เพราะในแต่ล่ะตำแหน่งนั้นใช้ทักษะและความสามารถทางร่างกายไม่เหมือนกัน แต่ก็มีนักฟุตบอลบางพวกที่เล่นได้หลายตำแหน่ง ซึ่งถึงเรียกว่า "นักเตะสารพัดประโยชน์"

 

ตำเเหน่งของการเล่นฟุตบอล 4 ตำเเหน่งหลัก

 

1. ผู้รักษาประตู (goalkeeper) ผู้ใส่เสื้อสีขาวคือผู้รักษากำลังป้องกันประตูผู้รักษาประตู

 

 

 

ผู้รักษาประตู (goalkeeper) เป็นตำแหน่งที่ป้องกันมากที่สุดในบรรดาหลายตำแหน่ง หน้าที่หลักก็คือการไม่ให้อีกทีมได้แต้มโดยการรับ การปัด หรือการชกบอลจากการยิง การโหม่ง หรือจากลูกที่ไขว้เข้ามา ตำแหน่งนี้ไม่เหมือนตำแหน่งอื่นในทีมตรงที่ส่วนใหญ่ตำแหน่งนี้มักใช้เวลาอยู่บริเวณกรอบเขตโทษ ผลคือทำให้ผู้รักษาประตูเห็นตำแหน่งที่ดีของสนามหรือจากลูกตั้งเตะ ผู้รักษาประตูเป็นผู้เล่นคนเดียวที่สามารถใช้มือกับลูกฟุตบอลได้ แต่ใช้ได้ในกรอบเขตโทษตัวเองเท่านั้น ตำแหน่งผู้รักษาประตูนี้ถือเป็นตำแหน่งที่สำคัญและยากในการป้องกันอีกด้วย

 

 

2.กองหลัง (Defender)

 

กองหลังกำลังสไลด์ป้องกันเพื่อไม่ให้ทำประตู
กองหลัง

 

 

 

 

กองหลัง (defender) จะอยู่ด้านหลังของกองกลาง และหน้าที่หลักของพวกเขาก็คือสนับสนุนทีมและป้องกันไม่ให้อีกฝ่ายทำประตูได้ ปกติพวกเขาจะอยู่เพียงครึ่งสนามในฝั่งพวกเขาเพื่อป้องกัน กองหลังตัวสูงจะไปอยู่แดนหน้า บริเวณจุดโทษของอีกฝ่ายเมื่อมีลูกเตะมุม หรือลูกฟรีคิก เพื่อเขาจะโหม่งเข้าประตูอีกฝ่ายได้

 

3.กองกลาง (Midfielder)

 

กองกลางกำลังครองบอลโดนมีผู้เล่น 2 คนกำลังไล่บอลอยู่
กองกลาง

 

 

กองกลาง (midfielder) เดิมทีเรียกว่าฮาล์ฟแบ็ก ตำแหน่งนี้จะเล่นอยู่ระหว่างศูนย์หน้าและกองหลัง หน้าที่หลักของตำแหน่งนี้คือครองบอล และรับบอลจากกองหลัง แล้วขึ้นไปส่งให้กองหน้า พร้อมกับไล่บอลจากผู้เล่นอีกฝ่าย ส่วนใหญ่ในทีมต้องมีกองกลางตัวกลาง (central midfielder) อย่างน้อยหนึ่งคน เพื่อหยุดเกมบุกของอีกฝ่าย นอกจากนั้นก็มีการทำประตู ไม่ก็ขึ้นไปบุกและลงมาตั้งรับตามหน้าที่ที่ได้รับ กองกลางนั้นต้องเล่นเกือบทั่วสนาม เมื่อถึงคราวรับ พวกเขาจะลงมาช่วยตั้งรับ เมื่อจะบุกก็ไปช่วยกองหน้าในการบุก พวกเขาส่วนใหญ่จะเป็นคนที่เริ่มเล่นในจังหวะการบุกของทีม

 

4.กองหน้า (Forward, Striker) 

 

กองหน้าได้ยิงลูกบอลเข้าไปที่ประตูโดนมีผู้รักษากำลังป้องกัน
กองหน้า

 

กองหน้า (forward, striker)  เป็นตำแหน่งของผู้เล่นฟุตบอลที่เล่นอยู่บริเวณหน้าประตูอีกฝ่าย หน้าที่หลักของกองหน้าก็คือทำประตู หรือสร้างโอกาสให้ผู้เล่นอื่นทำประตู หน้าที่ในจังหวะตั้งรับก็มี นั้นก็คือคอยไล่บอลจากองหลังและผู้รักษาประตูอีกฝ่าย ในแผนสมัยใหม่ กองหน้ามีได้ตั้งแต่ 1 ถึง 3 คน ;ยกตัวอย่างเช่นในแผน 4–2–3–1 จะมีกองหน้าคนเดียว, 4–4–2 จะมีกองหน้าสองคน, 4–3–3 จะมีกองหน้า 3 คน โดยมีกองหน้าตัวเป้าหนึ่งคน และปีก 2 คน

 

สรุปได้ว่าจะได้รู้จักว่าในกีฬาฟุตบอลมีผู้เล่นต้องมีทั้งหมด 11 คน โดยผู้เล่นทั้งหมดทั้ง 11 คนก็ประกอบไปด้วย7 ผู้รักษาประตู กองหลัง  กองกลาง เเละกองหน้าว่าพวกคนเล่นตำเเหน่งเหล่านี้ทำหน้าที่อะไรบ้างเเละมีส่วนสำคัญอย่างไรบ้างกับทีมโดยจะมีการบอกว่าเเผนเเละรูปเเบบการเล่นของกีฬาฟุตบอลโดยมีโค้ดที่เป็นจัดรูปเเบบเเผนเเละกำหนดว่าผู้เเต่ทำละเเหน่งควรมีกี่คนต่อตำเเหน่งยกเว้นผู้รักษาประตูที่มีเพียง 1 คน ผมก็หวังบทความที่นำมาเขียนจะเป็นความรู้ไม่มากไม่น้อยสำหรับคนที่สนใจกีฬาฟุตบอลเเละกติกาต่าง หากท่านต้องการหาข้อมูลเพิ่มก็สามารถหาได้ใน Google Chrome เเละ Internet Explore

 

อ้างอิง

หน้าที่และความสำคัญของตำแหน่งผู้รักษาประตู.ตำแหน่งของผู้เล่นฟุตบอล.[ออนไลน์].เข้าถึงได้จาก https://www.ball2night.com/football-news/goalkeeper-duty.php?id=561

 หน้าที่ของกองหลัง(ุฟุตบอล).ตำแหน่งของผู้เล่นฟุตบอล.[ออนไลน์].เข้าถึงได้จาก https://ball2night.com/football-news/duty-backfour-howtoplay-soccer.php?id=537

เบื้องหลังเกมลูกหนัง: ตำแหน่งต่างๆ ในสนามฟุตบอล.ตำแหน่งของผู้เล่นฟุตบอล.[ออนไลน์].เข้าถึงได้จาก https://blog.cariber.co/post/soccer-positions

ใน football หนึ่งทีมมีผู้เล่น 11 คน เป็นมี ผู้รักษาประตู1 คน และผู้เล่นตำแหน่งอื่นอีก 10 คน ซึ่งประกอบด้วยผู้ที่ทำหน้าที่ป้องกัน ( กองหลัง) ผู้อยู่แดนกลาง (กองกลาง) และผู้บุก (กองหน้า) แล้วแต่ระบบแผนที่ใช้ โดยตำแหน่งเหล่านั้นจะบ่งบอกถึงหน้าที่และพื้นที่ในการเล่นของตำแหน่งนั้น

โดยตอนแรกจะมีแค่ตำแหน่งกองหน้า , ฮาล์ฟแบ็ก และทรีควอเตอร์แบ็ก ช่วงแรกที่มีชื่ออย่างนี้เพราะว่า สมัยนั้นเป็นช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19 ระบบ 2–3–5 เป็นที่นิยมอย่างกว้างขวาง การป้องกันจะมีฟุลแบ็กที่รู้จักกันในชื่อกองหลังฝั่งซ้ายและกองหลังฝั่งขวา แดนกลางจะมีเลฟต์ฮาล์ฟ เซ็นเตอร์ฮาล์ฟและไรต์ฮาล์ฟ และในแนวบุกจะเป็นเอาต์ไซด์เลฟต์ อินไซด์เลฟต์ , กองหน้าตรงกลาง , อินไซด์ไรต์ และเอาต์ไซด์ไรต์ หลังจากนั้นรูปแบบระบบก็พัฒนาไปจนมีชื่อตำแหน่งมากมาย อย่างเมื่อต้นคริสต์ทศวรรษ 1970 คำว่า "ฮาล์ฟแบ็ก" ได้เปลี่ยนมาใช้คำว่า "กองกลาง" กับตำแหน่งที่เล่นในแดนกลางทั้งกลางสนามและริมเส้น กองกลางตัวกลางได้ถูกพัฒนาขึ้นอีกกลายเป็นกองกลางตัวบุกและกองกลางตัวรับ

ในเกมสมัยใหม่ ตำแหน่งในฟุตบอลได้กำหนดไว้อย่างเคร่งครัดเหมือนรักบี้หรืออเมริกันฟุตบอล ถึงอย่างนั้นนักเตะส่วนใหญ่มักเล่นในตำแหน่งเดิมตลอดการค้าแข้งของพวกเขา เพราะในแต่ล่ะตำแหน่งนั้นใช้ทักษะและความสามารถทางร่างกายไม่เหมือนกัน แต่ก็มีนักฟุตบอลบางพวกที่เล่นได้หลายตำแหน่ง ซึ่งถึงเรียกว่า "นักเตะสารพัดประโยชน์"

 

 

กองกลาง หรือ มิดฟีลด์ (อังกฤษ: midfielder) คือตำแหน่งกึ่งกลางในสนามระหว่างกองหน้ากับกองหลัง โดยมีหน้าที่ครองบอลและส่งบอลสู่กองหน้า โดยกองกลางบางตำแหน่งเล่นในแนวรับ คอยหยุดการบุกจากฝ่ายตรงข้าม หรือที่เรียกว่า กองกลางตัวรับ หรือในบางตำแหน่งจะคอยสกัดกั้นการเคลื่อนที่ของฝ่ายตรงข้ามและคอยจ่ายบอลไปด้านหน้า หรือที่เรียกว่า กองกลางแนวลึก, กองกลางตัวทำเกม, กองกลางตัวกลาง และ กองกลางตัวคุมเกม โดยจำนวนของกองกลางในแต่ละทีมจะขึ้นอยู่กับแผนการเล่น ในเกมนั้น ซึ่งจะเรียกรวม ๆ ทั้งหมดว่า กองกลาง หรือ มิดฟีลด์ ผู้จัดการทีมส่วนใหญ่ จะใช้กองกลาง 1 คนเพื่อป้องกันการบุกจากฝ่ายตรงข้าม และกองกลางที่เหลือจะคอยช่วยในเกมรุกเพื่อทุกประตู หรืออาจจะเป็นกองกลางที่คอยคุมเกมกลางสนาม ซึ่งกองกลางเป็นตำแหน่งที่จะคอยวิ่งมากที่สุดในสนาม เนื่องจากต้องคอยครองบอลและวิ่งไล่บอลจากฝ่ายตรงข้าม

 

กองกลางมีรูปแบบย่อยอีก 4 แบบ คือ  กองกลางตัวกลาง, กองกลางตัวรับ, กองกลางตัวรุก, กองกลางด้านกว้าง

 

 

รูปเเบบจำลองตำเเหน่งกองกลาง
ตำเเหน่งกองกลาง

 

 

 

1.กองกลางตัวกลาง (centre midfielder)

กองกลางตัวกลาง (centre midfielder) มีหน้าที่เชื่อมเกมระหว่างกองหลังและกองหน้า กองกลางตัวกลางนั้นมีหน้าที่มากมาย ตั้งแต่ช่วยทีมบุกในจังหวะการบุก และเมื่อเสียบอลให้อีกฝ่าย พวกเขาต้องพยายามแย่งมันมาก่อนจะถึงแนวหลัง เมื่อแนวหลังหรือพวกเขาได้ลูกบอลอีกครั้ง ตำแหน่งนี้จะเป็นคนที่เริ่มบุกก่อน บางครั้งตำแหน่งนี้จะได้รับชื่อว่า "ตัวทำเกม" (playmaker) บางครั้งตำแหน่งนี้ต้องไปอยู่แนวป้องกันเมื่อถูกบุกมาก ๆ หรือจังหวะเตะมุมของอีกฝ่าย กองกลางตัวกลางบางครั้งก็ต้องยุ่งอยู่กับจังหวะเกมอยู่ตลอดเวลาจนเรียกได้ว่าเป็น "ห้องเครื่องของทีม" (the engine room of the team) เมื่อเวลาผ่านไป กองกลางตัวกลางก็ได้รับการพัฒนาเป็นกองกลางตัวบุกและกองกลางตัวรับ ซึ่งทั้งสองตำแหน่งนี้จะอธิบายไว้ด้านล่างของกองกลางตัวกลางนี้ บางทีอาจวางตำแหน่งทั้งสามไว้ด้วยกัน หรืออาจให้กองกลางไปไว้ด้านกว้างหรือริมเส้นด้วย

 

 

2.กองกลางตัวรับ (defensive midfielder)

เป็นกองกลางที่ประจำที่ก่อนกองหลัง มีบทบาทในการป้องกัน เมื่อไม่มีการบุก กองกลางตัวรับจะรีบถอยมาตั้งรับ และแย่งลูกบอลจากทีมฝ่ายตรงข้าม แม้หน้าที่หลักจะเป็นป้องกัน แต่ก็มีกองกลางบางคนที่ทำหน้าที่เป็นตัวทำเกมในแนวลึกหรือตัวทำเกมตัวต่ำ ซึ่งสามารถกำหนดจังหวะเกมได้จากตำแหน่งที่อยู่ท้ายด้วยการผ่านบอล กองกลางตัวรับต้องการการยืนตำแหน่งที่ดี การขยันไล่บอล มีความสามารถในการสกัดบอล และต้องคาดการณ์ผู้เล่นและลูกบอลได้ดี นอกจากนี้ยังต้องการทักษะการส่งบอล และการครองบอลภายใต้ความกดดันได้ดี แต่ที่สำคัญที่สุดคือความอึด เพราะตำแหน่งนี้ต้องวิ่งไปทั่วสนามตลอดการค้าแข้ง ในสโมสรชั้นนำ กองกลางอาจวิ่งเกือบ 12 กิโลเมตร ตลอดเกม ส่วนตัวทำเกมตัวต่ำต้องการการสัมผัสบอลแรกในสถานการณ์กดดัน และทักษะส่งไกลไปอีกครึ่งสนามอย่างแม่นยำเพื่อให้เพื่อนบุก

ตัวอย่างกองกลางตัวทำลายเกมที่มีชื่อเสียงในอดีต เช่น น็อบบี สไตส์, แอร์แบร์ต วิมเมอร์ และ มาร์โค ทาร์เดลลี และในยุคหลัง

 

3. กองกลางตัวรุก (attacking midfielder)

กองกลางตัวรุก (attacking midfielder) คือกองกลางที่อยู่สูงกว่าปกติ แต่จะไม่เกินศูนย์หน้า เป็นผู้เล่นช่วยทีมในจังหวะบุก หน้าที่ของตำแหน่งนี้คือการสร้างโอกาสทำประตูด้วยวิสัยทัศน์ที่เหนือชั้นและทักษะของพวกเขา คนที่จะเล่นกองกลางตัวรุกต้องมีความชำนาญในการส่งบอล และที่สำคัญกว่านั้นก็คือการอ่านการเคลื่อนไหวของกองหลังเพื่อส่งบอลไปให้ศูนย์หน้าทำประตู

 

4.กองกลางด้านกว้าง (wide midfielder) 

กองกลางด้านกว้าง (wide midfielder) หรือ กองกลางตัวริมเส้น (side midfielder)ตำแหน่งในอดีตคือไรต์ฮาล์ฟและเลฟต์ฮาล์ฟ หรืออีกชื่อคือวิงฮาล์ฟ (wing-half) เป็นตำแหน่งที่ประจำการทางซ้ายและขวาของตำแหน่งเซ็นเตอร์กองกลาง พวกเขาบางครั้งก็ถูกเรียกว่า "ปีก" (winger) เนื่องจากแผนสมัยใหม่ได้เอากองหน้าริมเส้นเลื่อนมาเล่นในตำแหน่งกองกลางด้านกว้าง ทำให้ยังมีการใช้คำว่าปีกอยู่

 
 
สรุปได้ว่าจะได้รู้จักว่าในกีฬา footballมีตำแหน่งของผู้เล่นฟุตบอลต้องมีทั้งหมด 11 คน โดยผู้เล่นทั้งหมดทั้ง 11 คนก็ประกอบไปด้วย ผู้รักษาประตู กองหลัง  กองกลาง เเละกองหน้าว่าพวกคนเล่นตำเเหน่งเหล่านี้ทำหน้าที่อะไรบ้างเเละมีส่วนสำคัญอย่างไรบ้างกับทีมโดยจะมีการบอกว่าเเผนเเละรูปเเบบการเล่นของกีฬาฟุตบอลโดยมีโค้ดที่เป็นจัดรูปเเบบเเผนเเละกำหนดว่าผู้เเต่ทำละเเหน่งควรมีกี่คนต่อตำเเหน่งยกเว้นผู้รักษาประตูที่มีเพียง 1 คน ผมก็หวังบทความที่นำมาเขียนจะเป็นความรู้ไม่มากไม่น้อยสำหรับคนที่สนใจกีฬาฟุตบอลเเละกติกาต่าง หากท่านต้องการหาข้อมูลเพิ่มก็สามารถหาได้ใน Google Chrome เเละ Internet Explore
 

อ้างอิง

ตำแหน่งผู้เล่นฟุตบอล.รายละเอียดตำเเหน่งกองกลางของกีฬาฟุตบอล.[ออนไลน์].เข้าถึงได้จาก https://knachai.wordpress.com/ตำเเหน่งของผุ้เล่น/

กองกลาง.รายละเอียดตำเเหน่งกองกลางของกีฬาฟุตบอล.[ออนไลน์].เข้าถึงไดจาก https://hmong.in.th/wiki/Midfielder

ตัวย่อของตำเเหน่งกีฬาฟุตบอล.รายละเอียดตำเเหน่งกองกลางของกีฬาฟุตบอล.[ออนไลน์].เข้าถึงไดจาก https://www.facebook.com/102501048141086/posts/1565024427

 

  

 

ใน football หนึ่งทีมมีผู้เล่น 11 คน เป็นมี  ผู้รักษาประตู 1 คน และผู้เล่นตำแหน่งอื่นอีก 10 คน ซึ่งประกอบด้วยผู้ที่ทำหน้าที่ป้องกัน (กองหลัง) กองกลาง และผู้บุก (กองหน้า) แล้วแต่ระบบแผนที่ใช้ โดยตำแหน่งเหล่านั้นจะบ่งบอกถึงหน้าที่และพื้นที่ในการเล่นของตำแหน่งนั้น 

โดยตอนแรกจะมีแค่ตำแหน่งกองหน้า , ฮาล์ฟแบ็ก และทรีควอเตอร์แบ็ก  ช่วงแรกที่มีชื่ออย่างนี้เพราะว่า สมัยนั้นเป็นช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19 ระบบ 2–3–5 เป็นที่นิยมอย่างกว้างขวาง การป้องกันจะมีฟุลแบ็กที่รู้จักกันในชื่อกองหลังฝั่งซ้ายและกองหลังฝั่งขวา แดนกลางจะมีเลฟต์ฮาล์ฟ  เซ็นเตอร์ฮาล์ฟและไรต์ฮาล์ฟ  และในแนวบุกจะเป็นเอาต์ไซด์เลฟต์  อินไซด์เลฟต์ , กองหน้าตรงกลาง , อินไซด์ไรต์  และเอาต์ไซด์ไรต์ หลังจากนั้นรูปแบบระบบก็พัฒนาไปจนมีชื่อตำแหน่งมากมาย อย่างเมื่อต้นคริสต์ทศวรรษ 1970 คำว่า "ฮาล์ฟแบ็ก" ได้เปลี่ยนมาใช้คำว่า "กองกลาง" กับตำแหน่งที่เล่นในแดนกลางทั้งกลางสนามและริมเส้น กองกลางตัวกลางได้ถูกพัฒนาขึ้นอีกกลายเป็นกองกลางตัวบุกและกองกลางตัวรับ

ในเกมสมัยใหม่ ตำแหน่งในฟุตบอลได้กำหนดไว้อย่างเคร่งครัดเหมือนรักบี้หรืออเมริกันฟุตบอล ถึงอย่างนั้นนักเตะส่วนใหญ่มักเล่นในตำแหน่งเดิมตลอดการค้าแข้งของพวกเขา เพราะในแต่ล่ะตำแหน่งนั้นใช้ทักษะและความสามารถทางร่างกายไม่เหมือนกัน แต่ก็มีนักฟุตบอลบางพวกที่เล่นได้หลายตำแหน่ง ซึ่งถึงเรียกว่า "นักเตะสารพัดประโยชน์

 

 

กองหลัง (อังกฤษ: defender) เป็นตำแหน่งในกีฬาฟุตบอล ผู้เล่นที่เล่นเป็นกองหลังมีหน้าที่ป้องกันการบุกของคู่ต่อสู้ โดยกองหลังจะยืนอยู่ถัดจากกองกลาง และอยู่ก่อนหน้าผู้รักษาประตู

 

กองหลังมีรูปแบบย่อยอีก 4 แบบ คือ เซ็นเตอร์แบ็ก, ฟุลแบ็ก, วิงแบ็ก และสวีปเปอร์

 

 

 

 

รูปเเบบจำลองตำเเหน่งกองหลัง
ตำเเหน่งกองหลัง

 

 

 

 

1.เซ็นเตอร์แบ็ก (Center back) 

กองหลังตัวกลาง (centre-back) หรือที่ในอดีตเรียกว่าเซ็นเตอร์ฮาล์ฟ หน้าที่ของพวกเขาคือการหยุดผู้เล่นอีกฝ่าย (โดยเฉพาะศูนย์หน้า)จากการทำประตู และนำลูกบอลออกจากเขตโทษ ตำแหน่งนี้เล่นอยู่ตรงกลางของแผงหลังตามชื่อ ทีมส่วนใหญ่มักจะใช้ 2 คน การยืนตำแหน่งจะยืนหน้าผู้รักษาประตู ทั้งสองเป็นหัวใจหลักในแนวรับ ทั้งการคุมพื้นที่และการประกบตัวต่อตัว

กองหลังตัวกลางมักจะสูง แข็งแกร่ง และต้องมีความสามารถการกระโดดสูง การโหม่งดี และการแย่งลูกได้ดี กองหลังตัวกลางที่ประสบความสำเร็จต้องมีสมาธิ อ่านเกมได้อย่างยอดเยี่ยม และมีความกล้าหาญและเด็ดขาดในการแย่งลูกจากอีกฝ่ายที่จะผ่านไปทำประตู บางครั้งโดยเฉพาะลีกล่าง ๆ กองหลังตัวกลางยังขาดการมีสมาธิในการควบคุมบอลและส่งบอลไม่ดี ทำได้เพียงแค่ปลอดภัยไว้ก่อน ถึงอย่างนั้น สำหรับกองหลังตัวกลางขอเพียงแค่มีทักษะฟุตบอลขั้นพื้นฐานเพื่อรูปแบบการเล่นที่เน้นการครองบอลเท่านั้นก็พอ

ตำแหน่งนี้บางครั้งจะถูกเรียกว่าเซ็นเตอร์ฮาล์ฟ เดิมในคริสต์ศตวรรษที่ 19 ระบบแผน 2–3–5 เป็นที่นิยม แถมสามคนจะถูกเรียกว่าฮาล์ฟแบ็ก เมื่อระบบแผนพัฒนาต่อมา ผู้เล่นตรงกลางทั้งสามนี้ (เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ) ได้ย้ายมาตำแหน่งป้องกันมากขึ้น ปัจจุบันยังมีคนเรียกชื่อเหล่านี้อยู่

เซ็นเตอร์แบ็กส่วนใหญ่มีรูปร่างสูง และมีทักษะในการโหม่ง การประกบ ในบางครั้งเซ็นเตอร์แบ็กที่มีรูปร่างสูงใหญ่อาจขึ้นไปช่วยโหม่งทำประตู เมื่อทีมได้ลูกตั้งเตะ เช่น ลูกเตะคอร์เนอร์ หรือ ฟรีคิก

เดิมทีตำแหน่งนี้ถูกเรียกว่า เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ (center half) เนื่องจากในช่วงก่อนศตวรรษที่ 20 ทีมส่วนมากนิยมใช้แผนการเล่นแบบ 2-3-5 โดยผู้เล่นกองหลัง 3 คนสุดท้ายจะเรียกว่า เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ

ตัวอย่างเซ็นเตอร์แบ็กที่มีชื่อเสียงในอดีต ได้แก่ ฟาบีโอ กันนาวาโร, เปาโล มัลดีนี, อาเลสซันโดร เนสตา, จอห์น เทร์รี, ลีลีย็อง ตูว์ร็อง, ลูซียู, การ์เลส ปูยอล, วีลียาม กาลัส, เจมี คาร์เรเกอร์ และริโอ เฟอร์ดินานด์ เป็นต้น

ส่วนเซ็นเตอร์แบ็กที่มีชื่อเสียงและยังคงเล่นอยู่ได้แก่ เซร์ฆิโอ ราโมส, เฟอร์จิล ฟัน ไดก์, ราฟาแอล วาราน, จอร์โจ กีเอลลีนี

 

2.ฟุลแบ็ก (Full-back)

แบ็กซ้าย (left-back) และ แบ็กขวา (right-back) หรือที่ปกติจะเรียก ฟุลแบ็ก (full-back) จะประจำตำแหน่งที่ด้านข้างของกองหลังตัวกลาง เพื่อป้องกันการบุกจากริมเส้น และบ่อยครั้งที่ต้องไปหยุดการบุกของตำแหน่งปีกฝ่ายตรงข้ามที่พยายามผ่าน หรือโยนบอลเข้าเขตโทษ ตามปกติลูกเตะมุมหรือลูกฟรีคิก ฟุลแบ็กจะไม่ขึ้นไปช่วยแนวหน้า แต่อาจอยู่ประมาณเส้นครึ่งสนาม ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับแผนของแนวรับนั้น ๆ ด้วย ในเกมสมัยใหม่มีแนวโน้มที่จะให้ฟุลแบ็ก (วิงแบ็ก) มีบทบาทในการบุกด้วย แต่พวกนั้นจะไม่ถูกเรียกว่าแบ็กขวาหรือแบ็กซ้าย

เดิมฟุลแบ็กเป็นแนวรับสุดท้ายของทีม แต่เมื่อเข้าคริสต์ศตวรรษที่ 20 ตำแหน่งเซ็นเตอร์ฮาล์ฟได้ถอยร่นลงมากลายเป็นตำแหน่ง "กองหลังตัวกลาง" ฟุลแบ็กได้ถูกย้ายมาริมเส้นกลายเป็นแบ็กขวาและแบ็กซ้าย

ตัวอย่างฟุลแบ็กที่มีชื่อเสียงได้แก่ โรแบร์ตู การ์ลุส, แอชลีย์ โคล, จันลูกา ซัมบรอตตา เป็นต้น

 

 

3.วิงค์แบ็ก (Wing-back)

วิงแบ็ก (wing-back) หรือฟุลแบ็กตัวบุก คือกองหลังที่เน้นในการบุก ชื่อตำแหน่งนี้มาจากปีก (winger) และฟุลแบ็กผสมกัน ปกติตำแหน่งนี้จะใช้ในแผน 3–5–2 จึงถือได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของแดนกลางในจังหวะการบุก หรือบางทีก็ใช้ในแผน 5–3–2 แต่คำว่าวิงแบ็กไม่ค่อยได้ใช้ในปัจจุบัน โดยเฉพาะเมื่อเล่นแผน 4–3–3 หรือ 4–2–3–1

ผู้เล่นวิงแบ็กจำเป็นต้องใช้พลกำลังอย่างมากในฟุตบอลสมัยใหม่ วิงแบ็กมักจะเล่นบนสนามมากกว่าฟุลแบ็กทั่วไปโดยเฉพาะกับทีมที่ไม่มีผู้เล่นปีก วิงแบ็กต้องการความอึดเป็นพิเศษในการวิ่งขึ้นไปแนวรุกและลงมาตั้งรับ

ตัวอย่างวิงแบ็กที่มีชื่อเสียงและยังเล่นอยู่ได้แก่ โรเบร์ตู การ์ลูส, ดานีแยล อัลวิส, ฆาบิเอร์ ซาเนตติ, จันลูกา ซัมบรอตตา, ฟิลลิพ ลาห์ม, ไมกง โดกลัส ซีเซนังดู และยอห์น อาร์เน รีเซ เป็นต้น

 

4.สวีปเปอร์ (Sweeper)

 

สวีปเปอร์ (sweeper) หรือ ลีเบโร (อิตาลี: libero) เป็นตำแหน่งที่แตกมาจากกองหลังตัวกลางอีกที หรือเป็นตำแหน่งที่มีกองหลังตัวกลางสามคน ซึ่งเป็นตำแหน่งระหว่างกองหลังตัวกลางทั้งสอง ชื่อนี้มาจากวลี "sweeps up" ในการขจัดบอลที่อีกฝ่ายเลี้ยงฝ่าแนวรับมาได้ ตำแหน่งพวกเขานั้นมีความเป็นอิสระมากกว่าแผงหลังซึ่งคอยประกบอีกฝ่ายที่ถูกกำหนดขึ้น ตำแหน่งสวีปเปอร์จำเป็นต้องมีทักษะอ่านเกมได้ยิ่งกว่ากองหลังตัวกลาง ในปัจจุบันมีกฎล้ำหน้าซึ่งมักใช้แนวนับในการจับอีกฝ่ายล้ำหน้า ทำให้ตำแหน่งนี้ไม่ค่อยได้รับความนิยมในปัจจุบัน

สวีปเปอร์ที่มีชื่อเสียงในวงการฟุตบอลมีไม่มากนัก เช่น ฟรันทซ์ เบ็คเคินเบาเออร์, มัททีอัส ซัมเมอร์ เป็นต้น ผู้เล่นในปัจจุบันได้แก่ ริโอ เฟอร์ดินานด์, มาร์โค มาเตรัซซี, ดาวิด ลูอิส โมเรย์รา มาริญญู

 

 
 
 
สรุปได้ว่าจะได้รู้จักว่าในกีฬาฟุตบอลมีผู้เล่นต้องมีทั้งหมด 11 คน โดยตำแหน่งของผู้เล่นฟุตบอลทั้งหมดทั้ง 11 คนก็ประกอบไปด้วย7 ผู้รักษาประตู กองหลัง กองกลาง เเละ กองหน้า ว่าพวกคนเล่นตำเเหน่งเหล่านี้ทำหน้าที่อะไรบ้างเเละมีส่วนสำคัญอย่างไรบ้างกับทีมโดยจะมีการบอกว่าเเผนเเละรูปเเบบการเล่นของกีฬาฟุตบอลโดยมีโค้ดที่เป็นจัดรูปเเบบเเผนเเละกำหนดว่าผู้เเต่ทำละเเหน่งควรมีกี่คนต่อตำเเหน่งยกเว้นผู้รักษาประตูที่มีเพียง 1 คน ผมก็หวังบทความที่นำมาเขียนจะเป็นความรู้ไม่มากไม่น้อยสำหรับคนที่สนใจกีฬาฟุตบอลเเละกติกาต่าง หากท่านต้องการหาข้อมูลเพิ่มก็สามารถหาได้ใน Google Chrome เเละ Internet Explore

 

อ้างอิง

 

รวม 15 กองหลังโคตรแพงแห่งวงการฟุตบอล (อัพเดทหลังการย้ายของ เวสลีย์ โฟฟานา).รายละเอียดตำเเหน่งกองหลังของกีฬาฟุตบอล.[ออนไลน์].เข้าถึงได้จาก https://www.sportingnews.com/th/football/news/รวม-15-กองหลังโคตรแพงแห่งวงการฟุตบอล-อัพเดทหลังการย้ายของ-เวสลีย์-โฟฟานา/jozov6pqqr4l05vgrttgnae4

หน้าที่ของกองหลัง.รายละเอียดตำเเหน่งกองหลังของกีฬาฟุตบอล.[ออนไลน์]..เข้าถึงได้จาก https://ball2night.com/football-news/duty-backfour-howtoplay-soccer.php?id=5

กองหลัง (สมาคมฟุตบอล)รายละเอียดตำเเหน่งกองหลังของกีฬาฟุตบอล.[ออนไลน์]..เข้าถึงได้จาก https://hmong.in.th/wiki/Defender_(football)

 

 

 

 

37

ใน footballหนึ่งทีมมีผู้เล่นฟุตบอล 11 คน เป็นมี ผู้รักษาประตู1 คน และผู้เล่นตำแหน่งอื่นอีก 10 คน ซึ่งประกอบด้วยผู้ที่ทำหน้าที่ป้องกัน ( กองหลัง) ผู้อยู่แดนกลาง (กองกลาง) และผู้บุก (กองหน้า) แล้วแต่ระบบแผนที่ใช้ โดยตำแหน่งเหล่านั้นจะบ่งบอกถึงหน้าที่และพื้นที่ในการเล่นของตำแหน่งนั้น

โดยตอนแรกจะมีแค่ตำแหน่งกองหน้า , ฮาล์ฟแบ็ก และทรีควอเตอร์แบ็ก ช่วงแรกที่มีชื่ออย่างนี้เพราะว่า สมัยนั้นเป็นช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19 ระบบ 2–3–5 เป็นที่นิยมอย่างกว้างขวาง การป้องกันจะมีฟุลแบ็กที่รู้จักกันในชื่อกองหลังฝั่งซ้ายและกองหลังฝั่งขวา แดนกลางจะมีเลฟต์ฮาล์ฟ เซ็นเตอร์ฮาล์ฟและไรต์ฮาล์ฟ และในแนวบุกจะเป็นเอาต์ไซด์เลฟต์ อินไซด์เลฟต์ , กองหน้าตรงกลาง , อินไซด์ไรต์ และเอาต์ไซด์ไรต์ หลังจากนั้นรูปแบบระบบก็พัฒนาไปจนมีชื่อตำแหน่งมากมาย อย่างเมื่อต้นคริสต์ทศวรรษ 1970 คำว่า "ฮาล์ฟแบ็ก" ได้เปลี่ยนมาใช้คำว่า "กองกลาง" กับตำแหน่งที่เล่นในแดนกลางทั้งกลางสนามและริมเส้น กองกลางตัวกลางได้ถูกพัฒนาขึ้นอีกกลายเป็นกองกลางตัวบุกและกองกลางตัวรับ

ในเกมสมัยใหม่ ตำแหน่งในฟุตบอลได้กำหนดไว้อย่างเคร่งครัดเหมือนรักบี้หรืออเมริกันฟุตบอล ถึงอย่างนั้นนักเตะส่วนใหญ่มักเล่นในตำแหน่งเดิมตลอดการค้าแข้งของพวกเขา เพราะในแต่ล่ะตำแหน่งนั้นใช้ทักษะและความสามารถทางร่างกายไม่เหมือนกัน แต่ก็มีนักฟุตบอลบางพวกที่เล่นได้หลายตำแหน่ง ซึ่งถึงเรียกว่า "นักเตะสารพัดประโยชน์"

กองหน้า (forward, striker) เป็นตำแหน่งของผู้เล่นฟุตบอลที่เล่นอยู่บริเวณหน้าประตูอีกฝ่าย หน้าที่หลักของกองหน้าก็คือทำประตู หรือสร้างโอกาสให้ผู้เล่นอื่นทำประตู หน้าที่ในจังหวะตั้งรับก็มี นั้นก็คือคอยไล่บอลจากองหลังและผู้รักษาประตูอีกฝ่าย ในแผนสมัยใหม่ กองหน้ามีได้ตั้งแต่ 1 ถึง 3 คน ;ยกตัวอย่างเช่นในแผน 4–2–3–1 จะมีกองหน้าคนเดียว, 4–4–2 จะมีกองหน้าสองคน, 4–3–3 จะมีกองหน้า 3 คน โดยมีกองหน้าตัวเป้าหนึ่งคน และปีก 2 คน

 

กองหน้ามีรูปแบบย่อยอีก 3 แบบ คือ  กองหน้าตัวเป้า, กองหน้าตัวต่ำ,  ปีก

 

 รูปเเบบจำลองตำเเหน่งกองหน้ากองหน้า

 

 

 

1.กองหน้าตัวเป้า (Striker)

กองหน้าตัวเป้า หรือ กองหน้าตัวกลาง (centre forward) หรือ กองหน้าตัวหลัก (main striker) หรือ สไตรเกอร์ (striker) หน้าที่หลักของพวกเขาคือการทำประตู และเป็นหัวใจหลักในการบุกของทีม เมื่อก่อนกองหน้าต้องตัวสูง และแข็งแกร่งทางร่างกายเพื่อแย่งลูกในจังหวะที่มีคนโยนบอลเข้ามาเพื่อทำประตู ทำให้พวกเขาต้องพยายามทำประตูทั้งการเล่นกับเท้า การโหม่ง อีกทั้งส่งให้เพื่อนทำประตู ในปัจจุบันที่เน้นจังหวะบอลเร็วมากขึ้น การเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วจึงเป็นสิ่งที่มีอิทธิพลต่อฟุตบอลยุคนี้ บทบาทของกองหน้าค่อนข้างแตกต่างจากกองหน้าตัวกลางแบบดั้งเดิม แม้ว่าคำว่ากองหน้าและกองหน้าจะใช้สลับกันได้ในบางครั้ง เนื่องจากทั้งคู่เล่นในสนามได้ไกลกว่าผู้เล่นคนอื่น ในขณะที่ผู้เล่นสูง หนัก และเทคนิค กองหน้าที่ดีควรจะสามารถยิงได้อย่างมั่นใจด้วยเท้าทั้งสองข้าง มีพลังและความแม่นยำที่ยอดเยี่ยม และมีความสามารถในการเชื่อมโยงกับเพื่อนร่วมทีมและส่งบอลภายใต้ความกดดันในสถานการณ์ที่แตกแยก

 

2. กองหน้าตัวต่ำ (second striker, support striker)

กองหน้าตัวต่ำ (second striker, support striker) ในอดีตตำแหน่งนี้จะถูกเรียกว่ากองหน้าตัวใน (inside forward) ถึงจะมีประวัติมายาวนาน แต่นิยามของตำแหน่งนี้ก็แตกต่างกันไปทุกยุค การเป็นกองหน้าตัวต่ำนั้นไม่จำเป็นต้องมีตัวสูง หรือมีความแข็งแกร่งทางร่างกายเท่ากองหน้าตัวกลาง พวกต้องการทักษะเพื่อช่วยสร้างโอกาสทำประตูให้กองหน้าตัวกลาง การปั่นกองหลังฝ่ายตรงข้าม และถ้ามีโอกาสก็ยิงประตูด้วยตัวเอง วงหลายปีที่ผ่านมา เดิมทีผู้เล่นดังกล่าวถูกเรียกว่ากองหน้าที่สร้างสรรค์หรืออยู่ตรงกลางลึก ("กองหน้ารอง") ไม่นานมานี้ มีการพัฒนารูปแบบอื่นอีกสองรูปแบบของผู้เล่นแบบเก่านี้: แบบที่สอง หรือเงา หรือแนวรับ หรือกองหน้าเสริม และในความเป็นจริง ตำแหน่งที่แตกต่างสำหรับตัวมันเอง 

 

3.ปีก (Wing)

ปีก (winger) ประกอบด้วย ปีกซ้าย (left winger) และ ปีกขวา (right winger) ในอดีตเรียกตำแหน่งนี้ว่ากองหน้าตัวนอก (outside forward) เป็นตำแหน่งของผู้เล่นที่จะบุกจากทางริมเส้นขอบสนาม ในปัจจุบันตำแหน่งนี้ถูกเรียกว่าปีก หน้าที่ของตำแหน่งนี้คือใช้ความเร็วในการบุกผ่าฟุลแบ็กเพื่อป่วนกองหลัง แล้วส่งลูกหรือโยนลูกเข้าไปให้คนบุกอื่นอีกที หรืออาจบุกผ่ากองหลังคนอื่นเข้าไปทำประตูเอง 

ปีกซ้าย (left winger) และ ปีกขวา (right winger) เป็นผู้เล่นที่โจมตีที่ประจำการอยู่ในตำแหน่งที่กว้างใกล้ พวกเขาสามารถจัดประเภทเป็นกองหน้าโดยพิจารณาจากต้นกำเนิดของพวกเขาในฐานะตำแหน่ง "นอก - ไปข้างหน้า มันเป็นหน้าที่ของฝ่ายซ้ายที่จะชนะฝ่ายตรงข้ามหลังเต็มรูปแบบส่งมอบตัดหลังหรือข้ามจากตำแหน่งที่กว้างและในระดับที่น้อยกว่าที่จะชนะป้อมปราการและคะแนนจากระยะใกล้ พวกเขามักจะเป็นผู้เล่นที่รวดเร็วที่สุดในทีมและมักจะมีทักษะการเลี้ยงบอลที่ดีเช่นกัน 

ตัวอย่างปีกที่มีชื่อเสียงในอดีต Joaquín (ปีก/กองกลาง) หรือRyan Giggs (ฝ่ายซ้าย/กองหน้า) และJohn Barnes (ฝ่ายซ้าย/กองกลาง)

 

สรุปได้ว่าจะได้รู้จักว่าในกีฬา football มีตำแหน่งของผู้เล่นฟุตบอลต้องมีทั้งหมด 11 คน โดยผู้เล่นทั้งหมดทั้ง 11 คนก็ประกอบไปด้วย ผู้รักษาประตู กองหลัง  กองกลาง เเละกองหน้าว่าพวกคนเล่นตำเเหน่งเหล่านี้ทำหน้าที่อะไรบ้างเเละมีส่วนสำคัญอย่างไรบ้างกับทีมโดยจะมีการบอกว่าเเผนเเละรูปเเบบการเล่นของกีฬาฟุตบอลโดยมีโค้ดที่เป็นจัดรูปเเบบเเผนเเละกำหนดว่าผู้เเต่ทำละเเหน่งควรมีกี่คนต่อตำเเหน่งยกเว้นผู้รักษาประตูที่มีเพียง 1 คน ผมก็หวังบทความที่นำมาเขียนจะเป็นความรู้ไม่มากไม่น้อยสำหรับคนที่สนใจกีฬาฟุตบอลเเละกติกาต่าง หากท่านต้องการหาข้อมูลเพิ่มก็สามารถหาได้ใน Google Chrome เเละ Internet Explore

 

อ้างอิง 

ตำแหน่งต่างๆ ในสนามฟุตบอล.รายละเอียดตำเเหน่งกองหน้าของกีฬาฟุตบอล.[ออนไลน์].เข้าถึงได้จาก https://blog.cariber.co/post/soccer-positions

ตำแหน่งและหน้าที่ของผู้เล่น.รายละเอียดตำเเหน่งกองหน้าของกีฬาฟุตบอล.[ออนไลน์].เข้าถึงได้จาก https://sites.google.com/site/thefootball54/tahaenng-laea-hnathi-khxng-phu-len

วิธีการเล่นและตำแหน่งของนักฟุตบอล.รายละเอียดตำเเหน่งกองหน้าของกีฬาฟุตบอล.[ออนไลน์].เข้าถึงได้จาก http://wanchai39.blogspot.com/p/blog-page_23.html

 

 

หมวดหมู่รอง

คำศัพท์กีฬา

Youtube: @siamsporttalk
สนามทุ่งทะเลหลวง
14 มิ.ย. 60
เข้าชม 596,229 ครั้ง
สนามกีฬาราชนาวี สัตหีบ  
14 มิ.ย. 60
เข้าชม 678,175 ครั้ง
สนามกีฬากลางจังหวัดราชบุรี
14 มิ.ย. 60
เข้าชม 687,085 ครั้ง
สนามกีฬาสถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตสมุทรสาคร
13 มิ.ย. 60
เข้าชม 788,020 ครั้ง
PAT Stadium (แพท สเตเดี้ยม)
13 มิ.ย. 60
เข้าชม 761,269 ครั้ง
Chonburi Stadium (ชลบุรี สเตเดี้ยม)
13 มิ.ย. 60
เข้าชม 815,890 ครั้ง
สนามลีโอ สเตเดียม
13 มิ.ย. 60
เข้าชม 484,328 ครั้ง
สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา
13 มิ.ย. 60
เข้าชม 518,854 ครั้ง

ข่าวประชาสัมพันธ์สนาม